The Lost City Of Z | นครลับที่สาบสูญ (2016)

      Comments Off on The Lost City Of Z | นครลับที่สาบสูญ (2016)

The-Lost-City-Of-Z (2016)

เคยได้ยินเรื่องนครลับที่สาบสูญไปอย่าง “Z” (The Lost City of Z) กันไหมคะ สำหรับคอ เว็บดูหนัง แล้วอาจจะเคยได้ยิน ซึ่งชื่อนี้คงเป็นที่รู้จักกันในฐานะของภาพยนตร์เมื่อปี 2016 ว่าแต่เชื่อไหมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ มีต้นแบบมาจากเหตุการณ์จริงในอดีต ถ้าเพื่อนๆอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง เราไปอ่านเลยค่ะ

The Lost City Of Z ภาพยนตร์แนว ชีวประวัติ Biography นักสำรวจชาวอังกฤษ เพอร์ซี ฟอว์เซตต์ (ชาร์ลี ฮันแนม) ได้เดินทางเข้าไปในป่าอเมซอนช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และได้ค้นพบหลักฐานทางอารยธรรมอันก้าวหน้าที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อน ซึ่งครั้งหนึ่งอาจเป็นที่ตั้งของชุมชนอารยะในแถบนั้น แต่เพราะวิทยาศาสตร์ได้ปรามาสชนพื้นเมืองไว้ว่าเป็นพวกป่าเถื่อน เพอร์ซี่ที่เห็นต่างจึงได้เดินทางเข้าไปสำรวจในป่าที่เขารักอีกครั้งเพื่อยืนยันข้อพิสูจน์ของเขา โดยได้รับการสนับสนุนจาก นีน่า (เซียนนา มิลเลอร์) ภรรยา, แจ็ค (ทอม ฮอลล์แลนด์) ลูกชาย และ เฮนรี่ (โรเบิร์ต แพตทินสัน) ทหารผู้ช่วย ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างลึกลับในปี 1925

The-Lost-City-Of-Z

เปิดเรื่องมามีนายทหารคนหนึ่งซึ่งมียศเป็นผู้พัน ชายคนนี้ก็คือพระเอกของเรา พระเอกเคยผ่านศึกสงครามมากมาย และก็มีครอบครัวน่ารักของเค้ามาดูการแข่งขันล่าสัตว์ของเค้า สักพักก็ได้เริ่มทำการแข่งขัน ต่างคนก็ต่างล่าในแบบของตนเอง จนพระเอกก็สามารถล่ากวางตัวหนึ่งได้สำเร็จเป็นคนแรกแรก จึงทำให้เป็นที่โดดเด่นอย่างมากในสายตาของผู้สูงศักดิ์และพวกเขาก็ให้ได้ไปทำภารกิจลับ ในที่แห่งหนึ่ง เป็นนครลับในป่าอเมซอน ซึ่งภารกิจนี้จะกินเวลาไปนานจนลูกโต และเมื่อถึงเวลาที่เขากลับมาลูกก็อาจจะจำเขาไม่ได้แล้ว ภารกิจที่นั่นก็คือจะต้องทำแผนที่เพื่อเปิดทางให้กับคนทั้งโลก แต่มันก็ได้รับผลตอบแทนเป็นอย่างดี นั่นก็คือยศศักดิ์และชื่อเสียงของเค้า ซึ่ง ภรรยาของพระเอกก็บอกกับเขาว่าเขาได้ตั้งท้องมีลูกอีกคนซึ่งก็ทำให้รู้ว่าพระเอกมีลูกที่รอการกลับมาของเค้าอีกคน ต่อมาพวกเขาก็เริ่มออกเดินทางโดยเรือ โดยใช้เวลาเป็นอาทิตย์ จากนั้นก็ต่อด้วยการเดินทางบนรถไฟและพอเมื่อถึงที่หมายแล้ว พวกเขาก็ได้ออกเดินทางสำรวจสักพัก และได้เจอกับงานฉลองมีชื่อเรียกว่าฟาเฟ่ดา และมีชายคนหนึ่ง เดินมาบอกว่าให้เค้ายกเลิกภารกิจ เพราะมันอันตรายเกินไป แต่พระเอกก็ให้เขาติดต่อกลับไปว่าพวกเขาจะไม่ยกเลิกภารกิจนี้ และจะดำเนินการตามแผนต่อไป พระเอกได้มาขอกำลังพลจากผู้มีอิทธิพลในย่านนั้น ในการทำภารกิจนี้ ซึ่งก็มีชายที่พูดว่าไม่มีใครเคยรอดจากการกลับมาจากที่นั่น แต่พวกเขาก็ยืนยันที่จะไปเช่นเดิม จากนั้นผู้มีอิทธิพลก็ได้ช่วยเหลือโดยการส่งชาวอินเดียแดงที่เป็นทาสของพวกเขาให้ไปนำทาง พอใกล้ออกเดินทางแล้วพระเอกก็ได้มาถามกับทาสคนนั้นว่าระยะทางยาวไกลแค่ไหน เค้าก็บอกว่าใช้เวลายาวไกลมาก พอเขาได้ออกเดินทางมาได้สักพักก็เห็นเรือลำนึงอยู่ริมทางและมีคนอยู่บนเรือนั้นด้วยคนบนเรือตะโกนถามว่าพวกคุณคือคนเยอรมันใช่ไหม ไม่นาน ก็มีลูกดอกธนูยิงปักที่อกของเค้า จากนั้นเขาก็ร่วงลงน้ำไป คนที่เหลือในแพก็ต่างลุกลี้ลุกลนเพื่อหาทางรอด บางคนก็กระโดดน้ำลงไป เจอกับปลาปีรันย่า แล้วกระแสน้ำก็ได้พัดพาพวกเขา 

นครลับที่สาบสูญ

พอมาถึงริมทางพระเอกก็ได้ถามว่าอีกไกลแค่ไหนสีหน้าของพระเอกก็เริ่มจะไม่ไว้ใจคนอินเดียแดงคนนี้แล้ว คนอินเดียแดงตอบว่าใช้เวลาอีกหลายอาทิตย์ และขอโทษกับพระเอกในระยะทางโหดร้ายที่ผ่านมา แต่มันก็เพื่อให้พระเอกได้ถึงที่หมาย พอตกดึกพวกเขาได้นั่งพักกันและพระเอกก็ยังตัดพ้ออีกว่าพวกเขาโง่มากที่ทิ้งครอบครัวออกมาทำภารกิจนี้ และบอกว่าสิ่งที่ต้องทำก็คือกลับไปยังจุดเริ่มต้น แต่เช้าขึ้นมาก็มีพวกของพระเอกตายไปอีกหนึ่งคนและพวกเขาก็หิวมาก อาหารก็เหลืออยู่แค่ชิ้นเดียว และชาวอินเดียแดงก็ได้ชี้ไปที่ที่หนึ่งซึ่งเป็นน้ำตกที่ไม่มีใครเคยมาถึง พวกเขาได้ทำการสำรวจมากมาย และก็ได้รู้ว่าถ้าชาวอินเดียแดงคนนั้นได้หายไปแล้วและพระเอกก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเค้าได้เจอเข้ากับหมูป่า และนั่นคือสิ่งที่พวกเขารอคอยว่าเค้าไม่มีอาหารเหลืออยู่เลย พระเอกล่าหมูป่าได้สำเร็จ และก็ได้เจอกับเครื่องปั้นดินเผา พระเอกพูดว่าดูเหมือนว่าสิ่งที่อินเดียแดงพูดว่าไม่มีใครเคยมาที่แห่งนี้หมายถึงคนขาว ซึ่ง มันมีร่องรอยอารยธรรมเครื่องปั้นดินเผาซึ่งหมายความว่าเคยมีคนอยู่แถวนี้ และภาพก็ได้ตัดมาที่ พวกเขาได้ออกเดินทางและกลับมาที่บ้าน เจอกับครอบครัวแล้วและได้พูดป่าวประกาศในสภาแห่งหนึ่งพระเอกพูดว่าที่นั่นมีร่องรอยอารยธรรมซ่อนอยู่ ชายคนหนึ่งก็ได้ถามว่าพระเอกยืนยันหรือเปล่าว่าเจอกับอาณาจักรทองคำในตำนาน เรื่องที่หลอกให้ผู้พิชิตได้เจอกับหายนะ พระเอกก็ได้บอกว่าเค้าเห็นแค่พวกเราที่ทำลายอารยธรรมของพวกเขา และรับรองว่ามันคือของจริง

ระหว่างที่เรา ดูหนังHD เรื่องนี้นั้น เราสัมผัสได้ชัดเลยว่าเมื่ออยู่ในป่าแอมะซอนนั้นจะมีพลังดึงดูดยิ่งกว่าส่วนอื่น ๆ ของหนังทั้งกับครอบครัวที่อังกฤษและช่วงงานเลี้ยงพบปะทหารต่าง ๆ เราอินกับสิ่งเล็ก ๆ ที่หนังมอบให้ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกทึ่งกับภูมิปัญญาชนเผ่าอินเดียนแดง สายตาของทหารอังกฤษที่เคยคิดว่าชนเผ่าตัวเองสูงส่งกว่าคนป่าแต่ต้องเปลี่ยนความคิดนั้นเมื่อได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง หนังสามารถมอบแรงบันดาลใจกระตุ้นความเป็นนักสำรวจในตัวเราออกมาได้ทั้ง ๆ ที่ตัวหนังเองก็ไม่ได้มุ่งเน้นด้านนั้นเป็นพิเศษด้วยซ้ำ