Still Human | สติล ฮิวแมน (2018)

      Comments Off on Still Human | สติล ฮิวแมน (2018)

Still-Human (2018)

“ในช่วงเวลาที่ท้อแท้ที่สุด ใครคือคนที่รักเรา” เมื่อคนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแทบทุกด้านแต่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ส่งผลให้เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดมาก่อน “เหลียงจงหวิง” (หวงซิวเซิง/แอนโทนี หว่อง) เป็นชายสูงอายุที่ป่วยเป็นอัมพาต เขาเคยต้องใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง จนกระทั่ง “เอเวอลีน ซานโตส” (คริเซล คอนซุนจิ) สาวผู้ดูแลชาวฟิลิปปินส์ที่พักความฝันจากการเป็นช่างภาพมาทำงานหาเงินที่ฮ่องกงเข้ามาในชีวิต เมื่อคนแปลกหน้าทั้งสองต้องมาอยู่ร่วมชายคา ผ่านฤดูกาลแล้วฤดูกาลเล่า พวกเขาจึงได้รู้จักกันมากขึ้น พร้อมกับเข้าใจในตัวตนของตัวเอง และรับรู้รสชาติของชีวิตที่มีสีสันแตกต่างออกไป เกิดเป็นมิตรภาพอบอุ่นระหว่างมนุษย์สองคนที่ไม่มีข้อจำกัดของเชื้อชาติหรือสถานะเข้ามาเกี่ยวข้อง นี้คือภาพยนตร์จากอีกหนึ่งเรื่องจาก เว็บดูหนัง ที่จะทำให้เพื่อนๆน้ำตาซึมอย่างแน่นอน 

Still Human หรือชื่อไทย สติล ฮิวแมน ภาพยนตร์ขนาดยาวแนว ดราม่า Drama เรื่องแรกของผู้กำกับหญิงหน้าใหม่ไฟแรง “โอลิเวอร์ ฉานสิวกุน” (Oliver Siu Kuen Chan) ที่ทำให้เธอคว้ารางวัลจากเวทีใหญ่มากมาย เช่น “ผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม” จากเวที “13th Asian Film Awards” และ “38th Hong Kong Film Awards” รวมถึง “รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” จาก “25th Hong Kong Film Critics Society Awards” ด้วย

Still-Human

ชายแก่คนหนึ่ง เค้าชื่อเหลียงจงหวิง เขานั้นได้อาศัยอยู่แฟลตเก่าๆเพียงคนเดียว วันหนึ่งเขาได้ไปที่ป้ายรถเมล์ และได้เจอกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาชื่อเอเวอลีน แต่ชายแก่คนนี้ เขาเรียกหญิงสาวว่าหลิน เอเวอลีนนั้น เป็นผู้ดูแลคนใหม่ของเหลียงจงหวิง ระหว่างเดินทางกลับห้องพัก  จงหวิงก็ได้อธิบายรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องงานไปเรื่อย เขานั้นเปลี่ยนผู้ดูแลบ่อย เพราะผู้ดูแลหลายคนนั้น มีเจ้านายใหม่งานใหม่ และเงินเดือนที่มากกว่า แต่นั่นผู้ดูแลของเขา พูดภาษากวางตุ้งไม่ได้จึงทำให้การสื่อสารนั้นลำบากมากยิ่งขึ้น และนั่น เค้าก็เลยได้โหลดแอพแปลภาษามา เพื่อสื่อสารกับผู้ดูแลของเขา และเขาก็ได้ขอเก็บพาสปอร์ตของเอเวอลีนไว้ จงวิ่งเขาก็ได้ให้เอเวอลีน พักที่ห้องเก่าของลูกชายของเขา แต่ห้องนั้นมันค่อนข้างทรุดโทรม ตื่นมาทุกเช้าเอเวอลีนเขาก็ต้องอุ้มจงหวิงขึ้นรถเข็น และทำความสะอาด เพราะเขานั้นเกลียดแมลงสาบมาก และเวลาไปตลาด ก็ต้องนำใบเสร็จ มาให้เขาด้วย ส่วนอาหารนั้นต้องได้กินครบสามมื้อ และต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เขาทุกวัน ส่วนวันหยุดนั้นจะหยุดทุกวันอาทิตย์ คืนหนึ่งเอเวอลีนได้คุย โทรศัพท์กับที่บ้าน และนั่น จึงทำให้รู้ว่าเขามีปัญหากับครอบครัว 

สติล ฮิวแมน

ต่อมาเมื่อจงหวิงรู้ว่า เอเวอลีนนั้นรักในการถ่ายรูปมาก เขาจึงคุยเรื่องส่งภาพเข้าประกวด แต่เอเวอลีนนั้นไม่ยากส่งเพราะเขาเพิ่งเอากล่องไปขาย เมื่อเห็นเอเวอลีนนั้นปฏิเสธ จงหวิงเขาก็ตกใจเพราะเห็นว่าเอเวอลีนนั้นชอบถ่ายรูป ตัดมาตอนที่ฤดูหนาว เอเวอลีนนั้น ก็ยังคอยดูแลจงหวิงอยู่เหมือนเดิม ที่ห้องจงหวิงก็ได้เขียนยันติดที่ประตูไว้ เพื่อการขึ้นปีใหม่ เขาก็ได้นั่งชื่นชมอยู่ข้างๆ พอวันขึ้นปีใหม่ น้องสาวของจงหวิง ก็ได้มาร่วมทานข้าวด้วย แต่เขาก็แปลกใจว่าทำไมถึงให้ผู้ดูแลมาร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย จึงทำให้เอเวอรีนั้นต้องขอตัว ต่อมาจงหวิงก็ได้พูดคุยกับลูกชายเรื่องการเรียนต่อ เขานั้นจะส่งเอเวอลีนเรียนต่อให้จบเพราะเอเวอลีนนั้นรักในการถ่ายรูปมาก แต่นั่นก็ทำให้จงหวิงไม่ย่อท้อที่จะ ทำให้เอเวอลีนนั้น เข้าส่งรูปประกวด และนั้นก็ทำให้เอเวอลีนนั้นได้รางวัลชมเชย หลายสัปดาห์ต่อมา จงหวิงนั้นก็ได้คุยกับนักดูภาพเพื่อให้เอเวอลีนนั้นไปทำความสำเร็จ และนั่นทำให้เอเวอลีนคิดหนัก เพราะเขาไม่อยากไปจากจงหวิง แต่สุดท้ายแล้วจงหวิงก็ช่วยทำให้เอเวอลีนได้ไปเรียนต่อเกี่ยวกับภาพถ่าย แล้วเขาก็มาส่งเอเวอลีนในที่สุด

หนังฮ่องกง เรื่องนี้ เหมือนสร้างมาเพื่อให้เราเข้าใจความเป็นจริง มากกว่านั้นคือการปลอบประโลม ลูบหลังและบอกกับเราว่า  “เรื่องบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องหาคำตอบ หลายอย่างมันไม่มีคำอธิบายหรอก คุณแค่โชคร้าย แต่สุดท้ายเราจะเรียนรู้มันและสิ่งนั้นจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นเท่านั้นเอง” อีกสาเหตุที่ชอบหนังเรื่องนี้ที่ไม่ได้ทำตัวสั่งสอนเรา แต่ทำให้เราเข้าใจและกลับมามองในมุมที่เคยทิ้งขว้างไป ผ่านตัวละครเจ้านายและลูกจ้างที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเรียบง่าย จริงใจ และดูง่ายจนเรารู้สึกผูกพันและประทับใจได้ไม่ยาก  ทั้ง ๆที่เป็นเรื่องราวที่เราเคยเห็นในหนังหลายต่อหลายเรื่องแล้วก็ตาม ยิ่งถ้าเคยดูหนังอย่าง The Intouchables  มาก่อน เรื่องนี้คนเอเชียจะอินกว่าแน่นอน