Mona Lisa Smile | โมนา ลิซ่า ขีดชีวิต เขียนฝัน ให้บานฉ่ำ (2003)

      Comments Off on Mona Lisa Smile | โมนา ลิซ่า ขีดชีวิต เขียนฝัน ให้บานฉ่ำ (2003)

Mona-Lisa-Smile (2003)

หนังที่เรานึกถึงเป็นเรื่องแรกๆ ทุกที ก็คงไม่พ้น  Mona Lisa Smile หนังเก่าใน เว็บดูหนัง ปี 2003 ที่กำกับโดยไมค์ นีวล์ (หรือ นีเวลล์) จากหนัง Four Weddings and a Funeral ที่มีนักแสดงหญิงมากมายมาขึ้นจอ ไม่ว่าจะเป็น จูเลีย โรเบิร์ทส์ ที่กำลังมาแรงมากๆ ในตอนนั้น ถ้าจำไม่ผิดนางเพิ่งได้รางวัลออสการ์มาจาก Erin Brockovich แล้วก็ยังมีบรรดาดาวรุ่งอย่าง จูเลีย (อีกคน) สไตลส์ ที่ตอนนี้หายไปไหนแล้วไม่รู้, เคิร์สเตน ดันสท์, แม็กกี้ จิลเลนฮาล, มาร์เซีย เกย์ ฮาร์เดน อีกคน

Mona Lisa Smile เป็นภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ในปี 1953 แคทเธอรีน แอน วัตสัน นักศึกษาปริญญาตรีวัย 30 ปีในภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะที่ UCLA และรัฐโอ๊คแลนด์ รับตำแหน่งสอนประวัติศาสตร์ศิลปะที่วิทยาลัยเวลส์ลีย์ วิทยาลัยศิลปะเสรีนิยมเอกชนหญิงในแมสซาชูเซตส์ ในชั้นเรียนแรกของเธอ แคทเธอรีนพบว่านักเรียนของเธอได้จดจำตำราเรียนและหลักสูตรทั้งหมดแล้ว ดังนั้นเธอจึงใช้ชั้นเรียนเพื่อแนะนำพวกเขาให้รู้จักกับศิลปะสมัยใหม่และสนับสนุนการอภิปรายเกี่ยวกับหัวข้อต่างๆ เช่น สิ่งที่สร้างศิลปะที่ดี แคทเธอรีนทำความรู้จักนักเรียนของเธอและพยายามที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาบรรลุมากกว่าการแต่งงานกับชายหนุ่มที่เหมาะสม อลิซาเบธ “เบ็ตตี้” วอร์เรน มีความคิดเห็นสูงและอนุรักษ์นิยมอย่างเปิดเผย เบ็ตตี้ไม่เข้าใจว่าทำไมแคทเธอรีนถึงไม่แต่งงานและยืนยันว่ามาตรฐานสากลสำหรับศิลปะที่ดีมีอยู่ เธอเขียนบรรณาธิการสำหรับหนังสือพิมพ์วิทยาลัย เผยโฉมพยาบาลมหาวิทยาลัย อแมนด้า อาร์มสตรอง ในฐานะผู้จัดหาการคุมกำเนิด ซึ่งส่งผลให้อแมนด้าถูกไล่ออก บรรณาธิการอื่นๆ โจมตีแคทเธอรีนที่สนับสนุนให้ผู้หญิงแสวงหาอาชีพแทนที่จะเป็นภรรยาและแม่ตามที่ตั้งใจ

Mona-Lisa-Smile

เบ็ตตี้รอไม่ไหวที่จะแต่งงานกับสเปนเซอร์ ดังที่พ่อแม่ของพวกเขาได้จัดเตรียมไว้ และคาดว่าจะได้รับการยกเว้นจากการเข้าเรียนแบบดั้งเดิมในฐานะผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว อย่างไรก็ตาม แคทเธอรีนยืนยันว่าเธอจะได้รับเครื่องหมายในบุญและการเข้าร่วม ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นคอนสแตนซ์ “คอนนี่” เบเกอร์เริ่มเดทกับชาร์ลีญาติของเบ็ตตี้ แต่เบ็ตตี้โน้มน้าวเธอว่าเขาใช้เธอเพียงเพราะพ่อแม่ของเขาได้จัดเตรียมให้เขาแต่งงานกับเด็บ แมคอินไตร์ คอนนี่จบความสัมพันธ์ เชื่อว่าเรื่องราวของเบ็ตตี้เป็นเรื่องจริง อย่างไรก็ตาม บางสัปดาห์ต่อมา คอนนี่และชาร์ลีได้เชื่อมต่อกันอีกครั้ง โดยชาร์ลีบอกว่าเขาได้ตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วว่าเขาจะไม่แต่งงานกับเด็บ ดังนั้นคอนนี่และเขาจึงกลับมาคบกันอีกครั้งโจแอน แบรนด์วิน ฝันอยากเป็นทนายความและได้ลงทะเบียนเป็นพรีลอว์ ดังนั้นแคทเธอรีนจึงสนับสนุนให้เธอสมัครเรียนในโรงเรียนกฎหมายเยล เธอได้รับการยอมรับ แต่ตัดสินใจที่จะไม่ไปเพื่อเล่นบทบาทแบบดั้งเดิมของแม่บ้านให้กับคู่หมั้นของเธอ 

โมนา ลิซ่า ขีดชีวิต เขียนฝัน ให้บานฉ่ำ

ทอม โดเนกัล เธอบอกแคทเธอรีนว่าการเลือกเป็นภรรยาและแม่ไม่ได้ทำให้เธอฉลาดน้อยลง จีเซล เลวี มีคู่รักและมุมมองเสรีนิยมหลายคนเกี่ยวกับเซ็กซ์ เธอชื่นชมแคทเธอรีนที่สนับสนุนนักเรียนให้เป็นอิสระ จีเซลได้รับศัตรูจากเบ็ตตี้ ซึ่งทัศนคติอนุรักษ์นิยมของเขาขัดแย้งกับทัศนคติเสรีนิยมของเธอแคทเธอรีนปฏิเสธข้อเสนอจากแฟนของเธอในแคลิฟอร์เนียเพราะเธอรักเขาไม่มากพอและเริ่มพบกับศาสตราจารย์ชาวอิตาลีของเวลส์ลีย์ บิล ดันบาร์ บิลมีเสน่ห์และเต็มไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับยุโรปและการกระทำที่กล้าหาญของเขาในอิตาลีในช่วงสงคราม เขายังมีความสัมพันธ์กับนักเรียน (รวมถึงจีเซลด้วย) และแคทเธอรีนทำให้เขาสัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ความสัมพันธ์ก้าวหน้า แต่เมื่อแคทเธอรีนรู้ว่าบิลใช้เวลาทั้งสงครามที่ศูนย์ภาษาทหารบนเกาะลอง เธอตัดสินใจที่จะเลิกกับเขาเพราะเขาไม่น่าเชื่อถือ บิลตอบว่าแคทเธอรีนไม่ได้มาที่เวลส์ลีย์เพื่อช่วยนักเรียนหาทางของพวกเขา แต่เพื่อช่วยพวกเขาหาทางของเธอ

หนังเรื่องนี้อาจไม่ได้โดดเด่นด้วยรายได้ หรือโด่งดังจากการโกยรางวัล แต่ก็ได้รวมเอาดาวรุ่งพุ่งแรง แห่งยุคนั้นเลยก็ว่าได้และกลายมาเป็นจุดแข็งของ หนังออนไลน์ เรื่องนี้ด้วย พวกเธอสามารถนาเราให้เข้าถึงความเป็นผู้หญิงได้อย่างไม่มีข้อกังขา ทำให้เราเห็นภาพผู้หญิงทั้งสี่บุคลิกได้อย่างชัดเจน และแม้ฉากหลังของ หนังจะเป็นยุค 1950 แต่ประเด็นเรื่องคุณค่าของผู้หญิงยังคงทันสมัยเสมอ เพราะเชื่อว่ายังมีผู้หญิงอีกหลาย คนไขว่คว้าหาใครซักคนเพียงเพราะคิดว่าการแต่งงานเพียงเพราะสังคมให้ค่ากับมันอย่างมากมาย จนลืมไปมันเป็นสิ่งที่ต้องการหรือเปล่า ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ไม่มีผิดถูก ขอแค่เป็ นทางที่เลือกแล้วจะสามารถมีรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขอย่าง โมนา ลิซ่า