Manta Ray | กระเบนราหู (2018)

      Comments Off on Manta Ray | กระเบนราหู (2018)

Manta-Ray (2018)

กระเบนราหู ของผู้กำกับ พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง เป็นผลงานหนังไทยดาวรุ่งในสายรางวัลเรื่องล่าสุด ก่อนที่หนังจะเข้าฉายในไทยก็สามารถคว้ารางวัลในเวทีนานาชาติมาหลายรางวัล รวมถึงรางวัลใหญ่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ของเทศกาลหนังนานาชาติเวนิสในสาย ออริซอนติ หรือสายการประกวดที่สองด้วย แต่ในวันนี้เราอยากจะรีวิวหนังเรื่องนี้ในแบบที่ว่าถ้าคุณไม่ใช่นักวิจารณ์สายรางวัล สายคานส์ ไม่ใช่นักเรียนหนัง ไม่ใช่กูรูหนัง ถ้าคุณเป็นแค่คนชอบ ดูหนังออนไลน์ฟรี ทั่วไปล่ะ จะดูหนังเรื่องนี้ได้หรือไม่ เพราะคำโฆษณาหนึ่งของหนังคือ “หนังรางวัลอาจจะไม่ได้เป็นหนังที่ดูยากเสมอไป”

Manta Ray (กระเบนราหู) เป็นภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama เปิดเรื่องมาด้วยความพิศวงเล็กๆ ในงานด้านภาพเมื่อหนังเผยภาพของชายถือปืนกลขนาดเบา และพันตัวด้วยไฟประดับต้นคริสมาสต์ ออกเดินท่ามกลางป่าโกงกางในยามค่ำคืนด้วยจุดประสงค์อะไรบางอย่าง กินเวลาสักระยะหนึ่ง จนชี้ชวนให้คนดูคิดต่อเอาเองว่าฉากเหล่านี้ต้องการจะสื่อสารอะไรกับคนดู กระทั่งหนังตัดสลับมาเล่าเรื่องของชาวประมง (วัลลภ รุ่งกำจัด) ชายหน้าตาบ้านๆ ที่ทำไฮไลท์ผมสีทอง ที่บังเอิญระหว่างเดินในป่าโกงกางและพบว่ามีชายลึกลับคนหนึ่งนอนแน่นิ่งด้วยบาดแผลกระสุนปืนฝังเอาไว้อยู่ที่บริเวณหน้าอก ด้วยความหวังดีและเห็นใจเพื่อนมนุษย์ เขาจึงพาชายคนดังกล่าวไปรักษาพยาบาลและพาตัวมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านไม้เก่าซ่อมซ่อของเขา พลางอาบน้ำ หาอาหารและดูแลชายคนดังกล่าวจนกระทั่งร่างกายของเขาหายดี ช่วงแรกราว 30 นาทีของเรื่อง หนังไม่ใช้บทพูดหรือบทสนทนาใดๆ ปล่อยให้คนดูจับตามองกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอและทำความเข้าใจเรื่องราวเอาเอง (ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของกระเบนราหู) ต่อมาหนังก็เริ่ม ให้รายละเอียดเรื่องราวมากยิ่งขึ้นว่าชายลึกลับคนดังกล่าวน่าจะเป็นชาวโรฮิงญา

Manta-Ray

แต่ลักษณะคล้ายคลึงกับคนไทย ชาวประมงได้เล่าเรื่องราวในอดีตของชีวิตตัวเอง ชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลว รวมไปถึงสอนวิธีการขับมอเตอร์ไซต์ ถ่ายทอดวิถีความเป็นอยู่ของตัวเองให้กับชายลึกลับทีละน้อย ระหว่างทางของเรื่องหนังก็พลางใส่รายละเอียดเล็กน้อยผ่านพฤติกรรมของตัวละครไม่ว่า ชายลึกลับจะตื่นมาทำละมาด (เขาน่าจะนับถือศาสนาอิสลาม) ตลาดปลาที่มีหัวหน้าชาวประมงที่ดูไม่น่าไว้วางใจ โทรศัพท์ลึกลับที่โทรหาชาวประมงและคนดูได้รับคำตอบว่า “ผมไม่อยากทำงานนี้แล้วครับ” รายละเอียดเหล่านี้ ทำให้คนดูต้องคิดตามตัวละครในเรื่องตลอดเวลา เพื่อปะติดปะต่อเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ กระเบนราหู ดึงคนดูให้มีส่วนร่วมไปกับหนังอย่างไรก็ตามนอกจากประเด็นหลักที่ กระเบนราหู อยากจะสื่อสารกับคนดูในแง่มุมของการตั้งคำถามถึงเรื่องอัตลักษณ์ของคนไทยหรือคนโรฮิงญา แนวคิดเชิงชาตินิยม ความหวาดกลัวในการกลืนสัญชาติของคนนอก

กระเบนราหู

หนังก็ฉายภาพให้เห็นว่าสรรพสิ่งและสรรพชีวิตต่างๆ เช่น แสงไฟ LED ที่ทำให้บ้านไม้โทรมๆ กลายสภาพเป็นดิสโก้เธค และทำให้มนุษย์ธรรมดาเป็นมาก/น้อยกว่ามนุษย์ปกติ, หินสีลึกลับทรงคุณค่าในพื้นที่ป่า ตลอดจนกระเบนราหูในท้องทะเล ล้วนโอบล้อมชะตากรรม-โศกนาฏกรรมของมนุษย์เอาไว้วัตถุสิ่งของ-สิ่งมีชีวิตที่มิใช่มนุษย์เหล่านี้ อาจเป็นภาพแทน-สัญลักษณ์-บริบทของความทุกข์ตรม ความโศกเศร้า ความอยุติธรรม ความโดดเดี่ยว ความหวัง ต่างๆ นานา ที่มนุษย์ต้องเผชิญหน้า อยากจะหลีกเลี่ยง หรือใฝ่ฝันถึงหรืออาจเป็นสภาวะแวดล้อมที่ดำรงอยู่เคียงขนาน แต่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ เลยกับวิถีความเป็นไปของมนุษย์ และข้ามพ้นไปจากความรู้-ความเข้าใจของมนุษย์ส่วนใหญ่

หนังดำเนินเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติของ หนังไทย สายประกวด ซึ่ง ตัวบท นักแสดง ทำได้ดีมาก และ สอดแทรกการตีความในแต่ละฉาก สิ่งที่น่าสนใจ หนังเล่นกับ ประเด็นใหญ่ๅ ไม่ว่าจะเป็น การแบ่งชนชั้นทางสังคม วัฒนธรรม เพศ ศาสนา เรียกว่า มากันครบ ในประเด็นหนักๆ แต่ถึงอย่างไรก็ดี ทุกครั้ง ที่ประเด็นหนักๆ เข้ามา ตัวหนังก็จะผ่อนคลาย ด้วย ภาพและเสียง ( เรียกว่า การถ่ายภาพ การตัดต่อ เรื่องนี้ สร้างสุนทรียภาพ ได้ดีจริงๆ )