Limbo (2020)

      Comments Off on Limbo (2020)

Limbo (2020)

การเปิด เว็บดูหนัง ดูเพื่อคลายเครียดสำหรับบางคนอาจจะนึกถึงหนังตลกขำขัน หนังแอ็กชันสุดมัน หรือหนังแฟนตาซีเหนือจินตนาการ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ชื่นชอบหนังดราม่าซึ้ง ๆ เรียกน้ำตา ด้วยเรื่องราวที่ทั้งซาบซึ้งน่าประทับใจและเศร้าโศกชวนร้องไห้อยู่ด้วยเช่นกัน สำหรับแนวดราม่านี้ บางครั้งก็แฝงอยู่ในหนังแนวอื่น ๆ ผสมผสานออกมาเป็นหนังหนึ่งเรื่องที่กลมกล่อมไปด้วยอารมณ์สุขและทุกข์ เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ที่เรานำมาสปอยให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะ

Limbo ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama เขียนบทและกำกับโดย Ben Sharrock โอมาร์เป็นนักดนตรีรุ่นใหม่ที่มีอนาคตไกล เมื่อต้องพลัดพรากจากครอบครัวชาวซีเรีย เขาติดอยู่บนเกาะสกอตแลนด์อันห่างไกลเพื่อรอชะตากรรมของการขอลี้ภัยของเขา

Limbo

โอมาร์ ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ถูกทางการส่งตัวมาไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเขาต้องอยู่รวมกับผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ อีก 3 คนที่เกาะแห่งหนึ่งในสก็อตแลนด์ โอมาร์ถือเครื่องดนตรีพื้นเมืองชื่อว่า อู๊ด ก่อนสงครามเขาเป็นนักดนตรีที่กำลังรุ่งโรจน์แต่ทุกอย่างก็ต้องจบลง พ่อกับแม่ลี้ภัยไปอยู่ที่ตุรกีหาเลี้ยงชีพด้วยการเล่นดนตรีข้างถนน เขาเดินตามถนนหลายกิโลเพื่อไปยังบ้านผู้ลี้ภัย ระหว่างทางเขาพบกับแก๊งวัยรุ่นที่อาสาจะไปส่งเขา แต่ก็พูดเหยียดเขาสารพัด เมื่อไปถึงเขาก็พบกับสมาชิกในบ้านยืนรอเขาอยู่ ได้แก่ ฟาร์ฮัด ชาวปากีสถาน วาเซฟและอาเบดี พี่น้องชาวไนจีเรีย ทั้ง 4 คนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ พวกเขาต้องพึ่งเงินอันน้อยนิดจากที่ทางการส่งมาให้ ฟาร์ฮัดเล่าว่าเขารอจดหมายอนุญาตมาแล้ว 3 ปี ทุกครั้งที่โอมาร์จะไปไหนเขาต้องถืออู๊ดติดตัวไปตลอดเวลาจนกลายเป็นภาพติดตาของใครหลายๆ คน ทุกสัปดาห์ผู้ลี้ภัยจะต้องเข้าคลาสเรียนการเข้าสังคมของคนสก็อตแลนด์ โดยมีเฮลก้ากับบอริสเป็นคนสอน ทั้งคู่ดูป้ำๆ เป๋อๆ และมักจะพูดเหยียดโดยไม่รู้ตัว เหล่าผู้ลี้ภัยต้องทนนั่งฟังพวกเขาสอนเป็นชั่วโมงๆ โอมาร์เดินเป็นกิโลไปตู้โทรศัพท์เพื่อโทรหาแม่ จึงได้รู้ว่านะบิล พี่ชายของเขาไม่ได้ลี้ภัยมาด้วย เขาเลือกที่จะต่อสู้ปกป้องบ้านเกิด ส่วนโอมาร์เขาต้องพึ่งเงินทุนจากแม่ในการลี้ภัยครั้งนี้

Limbo3

ใกล้ๆ ที่พักมีโรงงานแปรรูปปลาที่จ้างผู้ลี้ภัยที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานและจ่ายเงินสด ชาวบ้านหลายคนแนะนำให้โอมาร์ลองไปสมัครทำงานที่นี่ แต่ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ เหล่าคนงานก็ถูกจับได้และส่งตัวกลับบ้าน โชคยังดีที่โอมาร์ไม่ตัดสินใจทำ เขามักจะโทรหาแม่อยู่บ่อยๆ และขอถามสูตรทำอาหาร เธอให้สูตรอาหารอย่างหนึ่งมาแต่ที่สก็อตแลนด์ไม่มีเครื่องเทศเหมือนกับแม่เขาบอก พนักงานร้านขายของที่เป็นผู้ลี้ภัยบอกว่าที่นี่มีแค่ซอสมะเขือเทศกับมายองเนส หลายวันผ่านไปตำรวจมาเคาะประตูบ้านเพื่อตามจับวาเซฟกับอาเบดี เพราะพวกเขาโกหกว่าเป็นพี่น้องกัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ วาเซฟยอมถูกจับแต่อาเบดีวิ่งหนีออกทางหลังบ้านและหายไปเลย ในวันเดียวกันหิมะเริ่มตก หลายวันผ่านไป เฮลก้ากับบอริสเสนอไอเดียให้โอมาร์โชว์เล่นดนตรีในช่วงวันหยุดยาว เขาตกลง วันหนึ่งแม่โทรมาบอกว่าให้เขากลับซีเรียเพราะอะบิลบอกว่าที่นี่เริ่มดีขึ้นแล้ว และพ่อกับแม่ไม่มีเงินเหลือ โอมาร์โดนพ่อด่าว่าไม่เป็นลูกผู้ชาย เขาวางสายและเดินกลับบ้าน ระหว่างทาง วัยรุ่นที่เคยมาส่งเขา ขอแรงให้เขาช่วยไปจับแกะที่ออกนอกคอกในวันพายุเข้า เขายอมช่วยเหลือ ระหว่างที่หาแกะเขาเห็นร่างไร้วิญญาณของอาเบดีนอนขดอยู่ท่ามกลางหิมะ สิ่งนี้ทำให้เขาเศร้าไปหลายวัน และแล้วก็มาถึงวันที่โอมาร์โชว์เล่นดนตรี เขาทำได้ดีจนน่าทึ่งและหนังก็จบลง

หลังจากที่เราได้ ดูหนังออนไลน์ เรื่องนี้จบ สรุป ช่วงต้นๆ หนังดูมีอารมณ์ขันดีค่ะ แต่พอดูไปเรื่อยๆ ก็ให้ความรู้สึกเหงา รู้สึกหดหู่กับการรอคอยอย่างไร้จุดหมาย พอครึ่งหลังหนังมาดราม่าหนักๆ เลย มีเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด มีเรื่องปมของครอบครัวที่มาตอกย้ำในจิตใจ เรื่องไม่ได้ออกมาฟีลกู๊ดมากนัก แต่พูดถึงสภาพความเป็นจริงที่ผู้ลี้ภัยที่ต้องเจอ โดยหนังเรื่องนี้ได้คะแนนจาก IMDB: 7.2 และ Rottent Tomatoes: 92%