Jan Dara The Finale | จันดารา ปัจฉิมบท (2013)

      Comments Off on Jan Dara The Finale | จันดารา ปัจฉิมบท (2013)

Jan-Dara-The-Finale (2013)

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นบทประพันธ์ชื่อดัง ที่เคยมีพี่อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ได้เคยสร้างเป็นหนังเอาไว้เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ก็ทำให้หวนนึกถึงว่าในสมัยนั้นหนังเรื่องนี้ดังมากในด้านความอิโรติก และในปี 2556 ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ก็ได้หยิบภาพยนตร์เรื่องนี้มารีเมตให้เราได้ ดูหนังออนไลน์ฟรี กันอีกครั้งค่ะ

Jan Dara The Finale จันดารา ปัจฉิมบท ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ผู้กำกับมากฝีมือ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ที่เล่าถึงโศกนาฏกรรมชีวิตของ จัน ดารา สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1930 เด็กชายที่เติบโตในบ้านที่ถูกพ่อเลี้ยงซาดิสม์และไร้เดียงสาหลวงวิสนัน เรื่องราวเล่าถึงความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นของเขาแม่ของเขาเสียชีวิตในขณะที่ให้กำเนิดเขาและผู้ที่เกลียดชังพ่อเลี้ยงของเขาอย่างมาก เมื่อเขาไปหาไพจิตที่ซึ่งยายผู้ร่ำรวยอาศัยอยู่เขาได้รู้ความจริงเบื้องหลังการเกิดของเขาจากนายตำรวจเก่า จากนั้นเขาก็กลับบ้านที่กรุงเทพฯเพื่อแก้แค้นพ่อเลี้ยงของเขา

Jan-Dara-The-Finale

หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นในบ้านพิจิตรวานิช ทำให้ จัน ดารา (มาริโอ้ เมาเร่อ) และ เคน กระทิงทอง (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต) สหายสนิทของเขาต้องหนีภัยอันเกิดจากการกระทำอันเหี้ยมโหดของ คุณหลวงวิสนันท์เดชา (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ผู้ที่เขาคิดว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้านานถึง 17 ปี ไปพำนักอยู่กับ คุณท้าวพิจิตรรักษา (รัดเกล้า อามระดิษ) ผู้เป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ที่เมืองพิจิตร ช่วงระยะเวลาที่อยู่ที่เมืองพิจิตรนี้ จันเป็นสุขทั้งกายใจ และรู้สึกถึงอิสรภาพของชีวิตอย่างแท้จริง เขายังคงติดต่อทางจดหมายกับไฮซินธ์ (สาวิกา ไชยเดช) เพื่อนหญิงในดวงใจอันเป็นรักบริสุทธิ์ของเขาอยู่เสมอมา และคาดหวังว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อันสดใสที่เมืองนี้พร้อมๆ กับการตามค้นหาพ่อแท้ๆ ของเขาไปด้วย แต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้วันชื่นคืนสุขอยู่กับเขาเพียงไม่นาน เมื่อในที่สุดจันก็ได้ล่วงรู้ความจริงอันไม่คาดฝันเรื่องพ่อผู้ให้กำเนิดแท้จริงที่เขารอคอยมานานจากปากคำของร้อยตำรวจเอกเรืองยศ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) ผู้กุมความลับอันน่าอดสูเกี่ยวกับตระกูลพิจิตรวานิชนี้ไว้มาตลอดทั้งชีวิต จันพยายามทำใจให้ผ่านช่วงชีวิตอันแสนทุกข์ทรมานนี้ไปให้ได้ จนกระทั่ง น้าวาด (บงกช คงมาลัย) ได้เดินทางมาแจ้งข่าวเรื่องคุณหลวงล้มป่วยลงอย่างฉับพลัน เนื่องจากเกิดเหตุบางอย่างขึ้นกับ คุณแก้ว (โช นิชิโนะ) และ คุณขจร (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)

จันดารา ปัจฉิมบท

และแล้วสงครามแห่งการชำระแค้นและทวงคืนทุกอย่างให้กลับมาเป็นของเขาและตระกูลพิจิตรวานิชก็ได้เปิดฉากขึ้นในทันทีตามคำสั่งเสียสุดท้ายของคุณท้าวยายผู้คอยบงการและพลิกผันชะตาชีวิตของจันให้ตกอยู่ในด้านมืดอย่างคาดไม่ถึง จันกลับมาอย่างสง่าผ่าเผยในฐานะเจ้าของบ้านคนใหม่ และมีสิทธิในทรัพย์สมบัติและอำนาจทั้งหมดภายในบ้าน แต่เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจของเขา เมื่อสัตว์ร้ายและตัณหาราคะในใจปะทุออกมาอย่างรุนแรง เมื่อเขาเห็นภาพคุณบุญเลื่อง (รฐา โพธิ์งาม) กับคุณหลวงยังรักใคร่กันเป็นอย่างดี จันจึงใช้เสน่ห์แห่งความเป็นชายหนุ่มรูปงามหลอกล่อจนคุณบุญเลื่องตกเป็นของเขาอย่างสมยอม และเมื่อคุณหลวงได้เห็นภาพร่วมรักอันเร่าร้อนของทั้งคู่ ทำให้เขาสิ้นสติและกลายเป็นอัมพาตไปในที่สุด กระจกเงาแห่งความชั่วร้ายได้สะท้อนภาพคุณหลวงมาสู่ตัวจันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน การล้างแค้นอันน่าขยะแขยงนี้ดูเหมือนจะปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบด้วยชัยชนะของจัน ดาราแต่เพียงผู้เดียว ถ้าเขาไม่ได้รับบทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่จากศัตรูคู่อาฆาตอย่างคุณแก้วที่เอาคืนจันอย่างสาสม รวมถึงคนรอบข้างที่คอยห่วงใยเขาเสมอมาอย่างน้าวาด, เคน และคุณบุญเลื่องที่ค่อยๆ ตีตัวออกห่างจากจันไปเรื่อยๆ

หนังขาดความสมจริง โดยเฉพาะช่วงที่นักแสดงต้องเป็นคนชราภาพสูงวัย ไม่ใช่เพราะเมคอัพเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการแสดงด้วย ซึ่งดูยังไงแล้วมันไม่ใช่การแสดงเป็นคนแก่ กลับเป็นการแกล้งเป็นคนแก่ ที่ดูไม่เหมาะกับบทบาทตัวละคร หลายฉากจึงขาดอารมณ์ร่วมในชะตากรรมแสนรันทดของตัวละครไป แต่ถึงยังไงแล้ว จันดารา ปัจฉิมบท ก็ถือเป็น หนังไทย ที่ให้ความบันเทิงได้มากโขอยู่ ตีแผ่ให้เห็นถึงกงกำกงเกวียนที่ไม่รู้จักจบสิ้น ผลลัพธ์ภายหลังการแก้แค้น และแล้วจุดจบของคุณจันเจ้าขาของยาย ก็ไร้ซึ่งเพื่อนและคนรักข้างกาย