Doubt | เด๊าท์ ปริศนาเกินคาดเดา (2008)

      Comments Off on Doubt | เด๊าท์ ปริศนาเกินคาดเดา (2008)

Doubt (2008)

หนังเรื่องนี้เป็นหนังเก่าปี 2009 แต่เราเพิ่งมีโอกาสได้ดูผ่าน เว็บดูหนัง ตอนแรกนึกว่าคงงั้นๆทั่วไป แต่ก็โชคดีที่ตัดสินใจดู(เพราะไม่ค่อยเห็นหนังแนวศาสนา-คาทอลิค ที่มีพระบาทหลวง-ซิสเตอร์เป็นตัวแสดงหลัก จึงทดลองดู) ผลก็คือ โครงเรื่องมีมุมมองที่น่าสนใจมาก ประเด็นเกี่ยวกับความสงสัย-ความเคลือบแคลง ตามชื่อของหนัง Doubt หรือชื่อไทย “เด๊าท์ ปริศนาเกินคาดเดา”

Doubt ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ลึกลับซ่อนเงื่อน Mystery ผลงานกำกับของ John Patrick Shanley เขียนบทโดย John Patrick Shanley หนังเปิดเรื่องมาในปี 1964 ที่โบสถ์คาทอลิคในนิวยอร์คบาทหลวงฟลินน์ (ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟแมน) เทศน์เรื่องความคลางแคลงใจ บาทหลวงฟลินน์ได้รับการยกย่องเรื่องการเทศน์ โดนัลด์ มิลเลอร์เด็กผิวดำคนเดียวของโบสถ์มาแสดงความชื่นชมและอยากเป็นพระนักเทศน์ที่เก่งอย่างบาทหลวงฟลินน์ ซิสเตอร์อัลลอยเซียส(เมอรีล สตรีพ)ที่ทำหน้าที่ครูใหญ่รักษากฎของโรงเรียนสั่งให้ซิสเตอร์คอยจับตาดูความประพฤติที่ไม่เหมาะสม ซิสเตอร์เจมส์ (เอมี อดัมส์) สังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างบาทหลวงฟลินน์กันโดนัลด์ที่อยู่ๆบาทหลวงฟลินน์ก็เรียกโดนัลด์ไปพบ พอกลับมาโดนัลด์มีท่าทีแปลกๆกลับมาฟุบลงที่โต๊ะและมีกลิ่นเหล้าออกมาจากลมหายใจ ซิสเตอร์เจมส์รายงานเรื่องนี้กับซิสเตอร์อัลลอยเซียส แต่ไม่ได้บอกเรื่องที่เห็นบาทหลวงฟลินน์เอาเสื้อกล้ามไปใส่ในล็อคเกอร์ของโดนัลด์ 

Doubt

ซิสเตอร์อัลลอยเซียสเรียกบาทหลวงฟลินน์มาปรึกษาเรื่องงานโรงเรียนแต่จริงๆตั้งใจถามเรื่องโดนัลด์ บาทหลวงฟลินน์ปฏิเสธอ้างว่าโดนัลด์แอบดื่มเหล้า บาทหลวงสงสารเพราะตามกฎโดนัลด์ต้องถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นพระฝึกหัดเลยช่วยปิดบังเรื่องนี้ ซิสเตอร์เจมส์เชื่อบาทหลวงฟลินน์แต่ซิสเตอร์อัลลอยเซียสไม่เชื่อ บาทหลวงฟลินน์เทศน์เรื่องการนินทาว่าผู้หญิงคนนึงไปนินทาให้ร้ายคนอื่น พอมาสารภาพบาปบาทหลวงบอกให้กลับไปที่บ้าน ขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วใช้มีดกรีดหมอน พอกลับมาที่โบสถ์บาทหลวงถามว่าเป็นยังไง ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าขนห่านกระจายไปทั่ว บาทหลวงเลยบอกว่านั่นแหละคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการนินทา เราไม่สามารถตามเก็บขนห่านที่ฟุ้งกระจายในอากาศได้ทั้งหมด ซิสเตอร์เจมส์มาคุยกับบาทหลวงฟลินน์อีกครั้งถามเรื่องเสื้อ บาทหลวงฟลินน์บอกโดนัลด์ลืมไว้ ซิสเตอร์เจมส์เล่าเรื่องพี่ชายป่วยแต่ซิสเตอร์ติดงานสอน บาทหลวงฟลินน์แนะนำให้กลับไปเยี่ยม ซิสเตอร์อัลลอยเซียสเชิญแม่ของโดนัลด์มาพบเพื่อบอกเรื่องบาทหลวงฟลินน์อาจจะล่วงละเมิดโดนัลด์ แม่ของโดนัลด์ไม่แสดงปฏิกิริยาตกใจแต่กลับกลายเป็นว่าดีซะอีกที่โดนัลด์มีบาทหลวงฟลินน์คอยปกป้องเพราะเด็กผิวดำอยู่ยากในสังคมการที่โดนัลด์มีบาทหลวงฟลินน์คอยดูแลเป็นเรื่องดี แถมแม่ยังขอร้องซิสเตอร์อัลลอยเซียสให้โดนัลด์ได้เรียนต่อไปเพราะอีกแค่ไม่กี่เดือนโดนัลด์จะได้ต่อไฮสคูลที่มีชื่อเสียงถ้าจบจากโรงเรียนนั้น 

เด๊าท์ ปริศนาเกินคาดเดา

ซิสเตอร์อัลลอยเซียสขู่บาทหลวงฟลินน์ว่าได้โทรไปที่โบสถ์เก่าของบาทหลวงฟลินน์และได้คุยกับแม่ชีที่นั่นเรื่องความผิดในอดีตของบาทหลวงฟลินน์ บาทหลวงฟลินน์ต่อว่าที่ซิสเตอร์คุยกับแม่ชีแทนที่จะคุยกับพระปกครอง ซิสเตอร์อัลลอยเซียสเสนอให้บาทหลวงฟลินน์ลาออกไปเองไม่งั้นเรื่องจะถึงพระราชาคณะ บาทหลวงฟลินน์ยอมลาออก ในการเทศน์ครั้งสุดท้ายบาทหลวงฟลินน์ลงมาล่ำลาประชาชนก่อนจะจากไป ซิสเตอร์เจมส์กลับจากเยี่ยมญาติมานั่งคุยกับซิสเตอร์อัลลอยเซียสในสวน ซิสเตอร์เจมส์ถามเรื่อบาทหลวงฟลินน์ สุดท้ายบาทหลวงฟลินน์ได้ย้ายไปดูแลโบสถ์ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมประมาณว่าได้เลื่อนตำแหน่งเพราะไม่มีใครเชื่อเรื่องที่บาทหลวงฟลินน์ทำผิด ซิสเตอร์อัลลอยเซียสเล่าว่าหลอกบาทหลวงฟลินน์เรื่องโทรศัพท์ไปที่โบสถ์เก่าจริงๆแล้วไม่ได้โทรไป ถ้าบาทหลวงฟลินน์ไม่ได้ทำผิดจริงก็ไม่เห็นต้องลาออก ซิสเตอร์เจมส์บอกว่าถ้างั้นซิสเตอร์อัลลอยเซียสก็ผิดที่หลอกลวงบาทหลวงฟลินน์เรื่องโทรศัพท์เพราะลึกๆซิสเตอร์อัลลอยเซียสอาจจะมีเรื่องขัดใจส่วนตัวกับบาทหลวงฟลินน์เช่นเรื่องที่บาทหลวงฟลินน์ไว้เล็บยาว ใช้ปากกาลูกลื่นแทนปากกาหมึกซึมและบาทหลวงฟลินน์พยายามนำแนวคิดใหม่ๆมาแทนแนวคิดเดิมๆที่ซิสเตอร์อัลลอยเซียสยึดถือ ตอนจบซิสเตอร์อัลลอยเซียสนั่งร้องไห้บอกว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกคลางแคลงใจ

รีวิวหนัง ถึงหนังไม่ได้สรุปว่าความจริงคืออะไรแต่อย่างน้อยก็ให้แง่คิดดึงคนดูให้กลับมามีสติ ถอยออกมาก้าวหนึ่ง ไม่วู่วามฉาบฉวยในการตัดสินเรื่องต่างๆและบอกเป็นนัยๆว่าเรื่องบางเรื่องถึงแม้เป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่น่าอภิรมย์นักก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปตัดสินหรือจัดการใดๆ (ให้พระเจ้าจัดการเอง) ปล่อยเลยตามเลยให้มันเป็นไปอาจจะมีผลดีมากกว่าทั้งต่อตนเองและบุคคลแวดล้อมอื่นๆ